ยินดีต้อนรับเข้าสู่ http://newsofthethaipeople.blogspot.com/

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ บล๊อค ข่าวคราวชาวไทย



ซึ่ง บล๊อค นี้ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ข่าวคราวของคนไทย

และได้มีการอั๊พเดตข่าวใหม่ๆทั่งข่าวสุขภาพ,ข่าวการศึกษา

รวมทั้งข่าวการเคลื่อนไหวต่างๆของคนไทยในสมัยปัจจุบัน...

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

10 แหล่ง "ฮิต" เที่ยวเชิงอนุรักษ์คนวัย "ฮิป"

10 แหล่ง "ฮิต" เที่ยวเชิงอนุรักษ์คนวัย "ฮิป"

Pic_138243


อำลา ปีขาล ที่ผ่านพ้นไปกับเรื่องราวร้ายๆ โดยเฉพาะอุทกภัยและวาตภัยที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทยทั่วทุกภาค แล้วมาร่วมต้อนรับ ปีเถาะ
ที่สดใส ทำใจให้ชื่นมื่นกับบรรยากาศที่ครึกครื้น "นิสิตา-ยายรหัส-นายว้าก" เลยขอยืดเส้นยืดสาย และยืดอกพา "วัยฮิป" ตะลุย 10 แหล่งเที่ยวเชิง ธรรมชาติ ใครจะชอบ แบ๊กแพ็ก กันไปช่วงวันว่าง หรืออยากอยู่ยาวแบบลองฮอลิเดย์ก็ว่ากันตามสะดวก

ประเดิมที่ อุทยานแห่งชาติ "ภูกระดึง" จ.เลย แหล่งเที่ยวท้าทายของคนวัยโจ๋รุ่นแล้ว รุ่นเล่าที่ไม่เคยตกเทรนด์ นอกจากความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่หลายคนอยากไปสัมผัสแล้ว ภูกระดึง ยังเป็นแหล่งพิสูจน์ "ความอึด" ว่ากันว่าใครที่ "ใจป๊อด" ร่างกาย "ออดแอด" คงยากที่จะมีโอกาสสัมผัสธรรมชาติที่งดงามเกินบรรยาย ที่สำคัญถือเป็นอีกแหล่งที่ขอนำเสนอในการพิสูจน์ "รักแท้"


อ.ปาย
อ.ปาย

ลดดีกรีความท้าทายลงมานิด แต่ยังคงเป็นที่เที่ยวยอดฮิต นั่นคือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่อนสอน อำเภอเล็กๆ ในอ้อมกอดของขุนเขา นอกจากสายน้ำปาย   และวิถีชีวิตอันสงบที่หลายคนอยาก

ไป ม่วนซื่นแล้ว ปาย ยังมีทั้ง วัดเจดีย์หลวง วัดกลาง วัดน้ำฮู น้ำตกหมอแปง  โป่งน้ำร้อนท่าปาย ที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างประเทศ จนยกให้เป็น  "สวรรค์ของนักเดินทาง"  ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้อง "จัดไป"

ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์


ขยับไปที่ จ.เชียงใหม่ ที่หลายคนต้องร้อง "สุดโค่ย" กับ อุทยานแห่งชาติ "ดอยอินทนนท์" เพราะติดอันดับเป็นดอยสูงที่สุดในประเทศไทย ว่ากันว่า ขาโจ๋วัยจ๊าบ คนไหน อยากท้าประลองความหนาวเหน็บ ต้องไปลองกางเต็นท์นอนบนดอยอินทนนท์ แห่งนี้ เพื่อสัมผัสความหนาวเหน็บระดับจุดเยือกแข็ง

อีกแหล่งฮิตที่ไม่พูดถึง คงถูกประจานเป็นพวก "หลังเขา" นั่นคือ อุทยานแห่งชาติ "เขาใหญ่" จ.นครราชสีมา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดก ทางธรรมชาติของโลก เพราะเป็นศูนย์รวมพันธุ์พืชนานาพรรณ สัตว์ป่าหลายร้อยชนิด ทั้งยังมีน้ำตกที่สวยงามมากมาย บวกกับอากาศเย็นสดชื่นตลอดทั้งปี ที่ใครๆ ก็ชอบหนีความวุ่นวายไปปลีกวิเวกสัมผัสธรรมชาติกันที่นี่ โดยเฉพาะ แถบวังนํ้าเขียว ซึ่งตอนนี้กำลังมาแรง และอีกจุดที่ ตลาดนํ้ากลางดง


อัมพวา
อัมพวา


วกกลับมาแหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่ กำลัง "อินเทรนด์" ที่ "อัมพวา" จ.สมุทรสงคราม ซึ่งในอดีตเรียกขานชุมชนแห่งนี้ว่า "แขวงบางช้าง" เป็นศูนย์กลางการค้าขายสินค้าทางการเกษตร และยังมีความสำคัญโดยเป็นสถานที่ประสูติของ สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ซึ่ง อัมพวาในวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความร่มรื่นของลำน้ำแม่กลองและเรื่องราวของเรือนไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต แต่ยังมีเสน่ห์อีกมากมายของวัฒนธรรม รวมไปถึงวัดวาอารามต่างๆ

เปลี่ยนบรรยากาศไป ชิวชิว กับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลสุดฮิตของคน วัยมันส์ เริ่มที่ "หัวหิน" จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ตากอากาศสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกับคนเวลาน้อย ที่อยากสัมผัสเม็ดทรายและกลิ่นไอทะเลอันแสนสวย แถมมีแหล่งกินแหล่งช็อปให้เพลิดเพลิน กับการเดิน ตลาดหัวหิน และ เพลินวาน และ แหล่งฮิป ล่าสุด ตลาดจั๊กจั่น ก่อนทางเข้า เขาตะเกียบ

ทะเลอีกแห่งที่ใกล้กรุงเทพฯ และยังคงฮิตติดอันดับหนีไม่พ้น "พัทยา" จ.ชลบุรี นอกจากทิวทัศน์ ที่แสนงดงาม ยังเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงรูปแบบต่างๆ มากมาย เหมาะสำหรับพวกอยากพักผ่อนคืนเดียวเที่ยวได้ครบ

แต่ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศหาดทรายขาว ทะเลสวยแห่งท้องทะเลใต้ ต้องยกให้ "เกาะสมุย" จ.สุราษฎร์ธานี สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของชาวต่างชาติ ซึ่งค่าครองชีพอาจจะสูงสักหน่อย จึงเหมาะกับบรรดานักเที่ยว มือหนักกระเป๋าตุง หาดที่ขึ้นชื่อมีทั้ง หาดเฉวง หาดละไม หาดบ่อผุด หาดแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมี น้ำตกหินลาด และ น้ำตกหน้าเมือง ที่เป็นไฮไลต์คือ "หินตาหินยาย" ที่ใครไปก็ต้อง "แชะ" ภาพไว้เป็นที่ระลึก


เกาะหลีเป๊ะ
เกาะหลีเป๊ะ


หันมาเที่ยวเกาะกันบ้าง ที่โด่งดังต้องยกให้ "เกาะหลีเป๊ะ" จ.สตูล แค่ชื่อก็บอกยี่ห้อ "หลี-เป๊ะ" เลยถูกสเปกหนุ่มๆ ที่ชอบมี "กิ๊ก" เอาไว้ "กั๊ก"...หรือเปล่า แต่ความจริงแล้ว เกาะหลี-เป๊ะ เป็นที่รู้จักกันดี และเป็นแหล่งเที่ยวในฝันของหนุ่มสาวรั้วอุดมศึกษา ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องพาก๊วนไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศสุดโรแมนติกของท้องทะเลไทยฝั่งอันดามัน

ปิดท้ายกันที่ "เกาะเสม็ด" จ.ระยอง ที่ได้รับการขนานนามว่า "เกาะแก้วพิสดาร" ในวรรณคดี พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่ เป็นอีกเกาะที่บรรดานิสิตนักศึกษาพลาดไม่ได้ ต้องเจียดเวลายกพวกเฮโลไปสัมผัสเม็ดทรายขาวละเอียดประดุจแก้ว ที่เด็ดสุดถูกใจเด็กแนวก็ตรงอยู่ไม่ไกล แถมเที่ยวแบบสบายกระเป๋า

10 แหล่งเที่ยวธรรมชาติสุดฮิตที่ไหนตรงใจ "วัยฮิป" ก็ช่วยกันโหวตแล้วชวนกัน "เที่ยวไทย" เงินทองจะได้ไม่รั่วไหลออกไปนอกประเทศ.



@@@@@@@@@

ที่มา—>http://www.thairath.co.th/

เอเชียน คัพ 2011 ใครจะเป็นเจ้าลูกหนังเอเชีย?

เอเชียน คัพ 2011 ใครจะเป็นเจ้าลูกหนังเอเชีย?

Pic_136013

ศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย ครั้งที่ 15 หรือ "เอเชียน คัพ 2011" เตรียมเปิดฉากโม่แข้งกัน ระหว่างวันที่ 7-29 มกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งประเทศกาตาร์ รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประกันความมันระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว...

ก่อนหน้านี้ "กาตาร์" เคยจัดการแข่งขันกีฬาระดับเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นแข่งรถ, เทนนิส, ฟุตบอล ซึ่งเมื่อปี 2006 ก็จัดเอเชียนเกมส์ ไปแล้วครั้งหนึ่ง และล่าสุดกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพเอเชียน คัพ 2011 มหกรรมลูกหนังแห่งเอเชีย ที่คอบอลเฝ้ารอมา 4 ปี







ที่สำคัญ กีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน "กาตาร์" คือ ฟุตบอล ซึ่งได้รับอิทธิพลจากฟุตบอลยุโรปเป็นอย่างมาก รองลงมาก็เป็นกีฬาประจำชาติ อาทิ แข่งม้า แข่งอูฐ และการฝึกเหยี่ยว กีฬาสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมอีกอย่างคือ กอล์ฟ

และในครั้งนี้ถือเป็นหนที่ 2 ที่ "กาตาร์" ได้จัดศึกเอเชียน คัพ หลังเคยจัดมาแล้วเมื่อปี 1988 แต่ในครั้งนี้พร้อมกว่าเดิมทุกด้าน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และสนามแข่งขัน มีสังเวียนแข้งทั้งสิ้น 5 แห่ง คือ คาลิฟา สเตเดี้ยม, อัล การาฟา สเตเดี้ยม, กาตาร์ สปอร์ตส คลับ สเตเดี้ยม, อัล รายยัน สเตเดี้ยม และ อัล ซาด สเตเดี้ยม








สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ มีทีมร่วมโม่แข้งทั้งหมด 16 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม

กลุ่มเอ ประกอบด้วย จีน, คูเวต แชมป์ 1 สมัย อุซเบกิสถาน และกาตาร์ เจ้าภาพ

กลุ่มบี ประกอบด้วย ญี่ปุ่น แชมป์ 3 สมัย จอร์แดน,  ซาอุดี อาระเบีย แชมป์ 3 สมัย และซีเรีย








กลุ่มซี ประกอบด้วย ออสเตรเลีย, บาห์เรน, อินเดีย และเกาหลีใต้ แชมป์ 2 สมัย

กลุ่มดี ถูกยกให้เป็นกลุ่มแข็งที่สุด ประกอบด้วย เกาหลีเหนือ, อิหร่าน แชมป์ 3 สมัย อิรัก แชมป์เก่า และเอมิเรตส์ 

โดยนัดเปิดสนามจะมีขึ้นในวันที่ 7 ม.ค. เวลา 23.15 น. (ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งเร็วกว่ากาตาร์ 4 ชั่วโมง) เป็นการพบกันระหว่าง "กาตาร์" เจ้าภาพ กับ"อุซเบกิสถาน" ที่สนามคาลิฟา สเตเดี้ยม.  

ทำเนียบแชมป์
1956    เกาหลีใต้
1960    เกาหลีใต้
1964    อิสราเอล
1968    อิหร่าน
1972    อิหร่าน
1976    อิหร่าน
1980    คูเวต
1984    ซาอุดี อาระเบีย
1988    ซาอุดี อาระเบีย
1992    ญี่ปุ่น
1996    ซาอุดี อาระเบีย
2000    ญี่ปุ่น
2004    ญี่ปุ่น
2007    อิรัก











@@@@@@@@@


ที่มา—>http://www.thairath.co.th/

10 อันดับ 'หนังดี' ที่สุดแห่งปี 2010

10 อันดับ 'หนังดี' ที่สุดแห่งปี 2010


ในรอบปีที่ผ่านมา  มีภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ถูกเปิดตัวให้บรรดาแฟนหนังทั่วโลกได้รับชมกันมากมายนับร้อยนับพันเรื่อง   แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า  ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดและฮอตฮิตติดตลาดมากที่สุด คงหนีไม่พ้นภาพยนตร์จากแวดวงฮอลลีวูด ในสหรัฐอเมริกานั่นเอง   ซึ่งในช่วงท้ายปีเช่นนี้ ทีมข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ขอสรุปอันดับ "ภาพยนตร์น้ำดี" ที่ถูกยกย่องและกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในปี 2010 ให้ทุกท่านได้ทราบ แต่ผลการจัดอันดับจะตรงใจทุกท่านหรือไม่ก็เป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนบุคคลที่ไม่มีใครจะมาว่ากันได้



อันดับ 10 Inception กำกับ: คริสโตเฟอร์   โนแลน
บทภาพยนตร์: คริสโตเฟอร์  โนแลน
แสดงนำ: ลีโอนาร์ โด ดิคาพริโอ, เคน วาตานาเบะ, โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์, มาริยง โกตียาร์ด, เอลเลน เพจ, ทอม ฮาร์ดี, ซิลเลียน เมอร์ฟีย์, ทอม เบอเรนเจอร์ และ ไมเคิล เคน

มันดีอย่างนี้นี่เอง : ในรอบปีที่ผ่านมา วิทยาลัยศิลปะภาพยนตร์และวิทยาศาสตร์ (The Academy of Motion Picture Arts and Sciences) สถาบันที่อยู่เบื้องหลังรางวัลสูงสุดแห่งวงการภาพยนตร์อย่าง "รางวัลออสการ์"  มีอันต้องเปลี่ยนรายชื่อภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเสียใหม่    ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะคุณภาพของ "Inception"  ผลงานเรื่องล่าสุดของโนแลน แน่นอนละว่าเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาไล่กวดกับหนังเยี่ยมยอดอย่าง The Dark Knight มาติดๆ ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่มันจะได้รับการคาดหวังจากใครหลายคน เมื่อรวมกับชื่อของโนแลนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกคาดหวังมากขึ้นไปอีก ไม่แตกต่างไปจากทุกครั้งที่เขาทำหนัง    

ก่อนหน้านี้  ผู้กำกับมือทองอย่างโนแลนเคยอยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคปี2000 ถึง3เรื่อง คือ Memento, The Prestige กับ The Dark Knight ขณะที่ Batman Begins กับ Insomnia ก็ถูกยกให้เป็นหนังที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน    

โดยในคราวนี้  โนแลนเลือกที่จะเลื่อนการทำงานใน แบทแมนภาคที่3ออกไป เพื่อปลีกตัวมาสร้าง Inception ภาพยนตร์ ไซไฟ สั่นประสาท ที่ว่าด้วยการที่คนสามารถหลุดเข้าไปในความฝันของคนอื่น  และเขาสามารถทำมันออกมาได้เป็นอย่างดีจนเรียกเสียงปรบมือจากนักวิจารณ์ทั่วโลก จนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งในช่วงซัมเมอร์   หรือแม้แต่ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา

จะแย่อย่างไร : หลายคนมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจยาก และบรรดาคนดูอาจถึงกับต้อง "ปีนบันไดชม" หากต้องการจะเข้าถึง "แก่นแท้" ของเรื่อง ดังเช่นหนังแปลกแยกอย่าง The  Fountain  หรือ The Matrix  ภาคต่างๆ




อันดับ 9 The Social Network กำกับ: เดวิด ฟินเชอร์
บทภาพยนตร์: อารอน  ซอร์คิน
แสดงนำ: เจสซี ไอเซนเบิร์ก, ราชิดา โจนส์, มาลีส โจว, จัสติน ทิมเบอร์เลค และ แอนดรูว์ การ์ฟีลด์

มันดีอย่างนี้นี่เอง: ฟินเชอร์ ได้รับความเชื่อมั่นและความสนใจอย่างมากในฐานะผู้กำกับ ในทุกครั้งที่เขาทำหนัง   และเขาก็ไม่เคยมีประวัติในการสร้างหนังแย่ๆ  (แม้หลายคนจะเกลียด Alien 3 ของเขาเป็นนักหนา) ผลงานของเขาหลายเรื่อง เช่น Se7en, Fight Club, Zodiac  ต่างถูกยกให้เป็นหนังคุณภาพทั้งสิ้น และแน่นอนว่าฝีมือการกำกับของเขาต่างหากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูน่าสนใจขึ้น ทั้งๆที่พล็อตเรื่องโดยรวมไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตให้กลายเป็นเครื่องมือทางสังคม เท่านั้น

จะแย่อย่างไร: หนังเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก? หลายคนยังคงกังขาว่า  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่กระแสความนิยมและความเห่อเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กเสื่อมถอยลดน้อยลง และยังคงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า หนังเรื่องนี้ดังจริงๆ ด้วยตัวของมันเอง หรือดังเพราะกระแสความนิยมของเฟซบุ๊กกันแน่ ซึ่งบรรดาผู้ชมอย่างเราคงไม่รู้อะไรจริงๆจนกว่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้กับตาของตัวเอง



อันดับ 8 Hereafterกำกับ: คลินท์ อีสต์วูด
บทภาพยนตร์: ปีเตอร์   มอร์แกน
แสดงนำ:แม็ตต์ เดมอน, ไบรซ์  ดัลลัส ฮาวเวิร์ด, เซซิล เดอ  ฟรองซ์, เธียร์รี   โนวิช, มายลีน ชัมปานัว, แฟรงกี  แม็คลาเรน และเจย์ มอห์ร

มันดีอย่างนี้นี่เอง: ถึงแม้หนังเรื่องก่อนๆของเขาอย่าง  Unforgiven, Mystic River และ Letters  from  Iwo Jima    จะถูกตราหน้าว่าประสบความล้มเหลว แต่พระเอกรุ่นใหญ่ซึ่งผันตัวมาเป็นผู้กำกับอย่างคลินท์ อีสต์วูดก็ยังคงมีศักยภาพที่จะสร้างผลงานชิ้นเอกของเขาออกมาได้เสมอ และ Hereafter ถูกระบุว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของอีสต์วูดในรอบ20-30ปีเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอีสต์วูดได้บทที่เหมาะเจาะจากนักเขียนบทมือฉมังอย่างปีเตอร์   มอร์แกน ที่เคยเขียนบทภาพยนตร์เรื่องThe Queen และ Frost/Nixon ทำให้อีสต์วูดสามารถดึงมนต์เสน่ห์ของตัวหนังเรื่องนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ประกอบกับการแสดงที่ประทับใจผู้ชมของแม็ตต์ เดมอน ปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามานี้ล้วนส่งให้  Hereafter  มีชื่อติดโผภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีในที่สุด

จะแย่อย่างไร: Invictus, Changeling, Flags of Our Fathers ผลงานภาพยนตร์ฝีมือการกำกับของอีสต์วูดในเรื่องก่อนๆ ล้วนแล้วแต่น่าเบื่อและมีเนื้อเรื่องแข็งโป๊ก แฟนภาพยนตร์จำนวนไม่น้อยยังมีอคติกับผลงานเก่าของเขา ทำให้การทำหนังอย่าง Hereafter เป็นอะไรที่เสี่ยงมากหากไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้ชมก้าวข้ามอคติเดิมๆได้



อันดับ 7   Toy Story 3 กำกับ: ลี  อันคริช
บทภาพยนตร์: ไมเคิล อาร์นด์ท
แสดงนำ: ทอม แฮงค์, ไมเคิล คีตัน, โจน คูแซ็ก, วูปี โกลด์เบิร์ก, ทิม   แอลเลน, โรนัลด์  ลี เออร์มีย์,  บอนนี ฮันท์, วอลเลซ ชอว์น, ทิโมธี ดาลตัน และ จอห์น รัสเซนเบอร์เกอร์

มันดีอย่างนี้นี่เอง: เป็นเพราะว่าหนัง Toy Story ภาค1กับภาค2 ถูกยกย่องว่าเป็นหนังการ์ตูนแอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลไปแล้ว ทำให้ทางค่ายพิกซาร์ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกนอกจากการรังสรรค์ภาคที่ 3 ออกมาให้ดีที่สุด และพวกเขาก็ทำสำเร็จ

เมื่อเวลาผ่านไป วูดดี้กับบัซซ์ รวมถึงผองเพื่อนต้องจัดการปัญหาเรื่องการขัดขวางแอนดี้ที่รักของพวกเขาไม่ให้ไปมหาวิทยาลัย มันเป็นการสัมผัสกับแนวคิดที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น(เป็นผู้ใหญ่กว่าหนังเรื่องอื่นของพิกซาร์) ขณะเดียวกันแอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นเบาๆที่ทำให้ช่วงหน้าร้อนของใครหลายคนสนุกตื่นเต้นขึ้นมาได้เช่นกัน  

จะแย่อย่างไร: เนื้อเรื่องภาคนี้ไม่ได้ถูกเขียนโดยฝีมือทีมงานพิกซาร์ แถมยังถูกกำกับโดยมือใหม่อย่างลี อันคริชที่ไม่เคยกำกับภาพยนตร์แบบเดี่ยวๆ มาก่อนเลยอาจทำให้หลายคนไม่เชื่อมั่นในภาพยนตร์ภาคต่อตอนนี้มากนัก



อันดับ 6 The Way Backกำกับ: ปีเตอร์ เวียร์
บทภาพยนตร์: ปีเตอร์ เวียร์
แสดงนำ: เซาร์ซี โรแนน, มาร์ค สตรอง, คอลิน ฟาร์เรล, จิม สเตอร์เจสส์ และ เอ็ด แฮร์ริส

มันดีอย่างนี้นี่เอง: ปีเตอร์ เวียร์  ไม่ได้ทำภาพยนตร์มานานมาก ตั้งแต่ที่เขาทำหนังเรื่อง  Master and Commander : The Far Side of the World ในปี2003 แต่ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้สมควรถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มรายชื่อที่จะคว้ารางวัลเลยทีเดียว การเลือกนักแสดงที่ยอดเยี่ยม การกำกับที่น่าประทับใจถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการกล่าวขวัญถึง

จะแย่อย่างไร:  หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามทั้งทางตรงและทางอ้อม ดูจะไม่ค่อยติดตลาดมากนักในยุคที่ผู้คนกำลัง "ต่อต้านและเบื่อหน่าย" สงคราม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องผ่านไปให้ได้





อันดับ 5 True Grit กำกับ: โจเอล    และ อีธาน โคน
บทภาพยนตร์: โจเอล    และ อีธาน โคน
แสดงนำ: แมตต์ เดมอน, เจฟฟ์ บริดเจส และจอช โบรลิน

มันดีอย่างนี้นี่เอง: มันเป็นเรื่องน่าสนุกดีมิใช่หรือหาก เจฟฟ์ บริดเจส ซึ่งคร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์มาหลายสิบปีและยังไม่เคยได้รางวัลออสการ์เลยสักครั้ง จะคว้ารวดเดียว2รางวัล ในบทบาทของ มาร์แชล รูเบน เจ. คอกเบิร์น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้กำกับสองพี่น้องตระกูล โคน สามารถงัดเอาบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนออกมานำเสนอในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ True Grit ติดโผภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีในอันดับที่ 5

จะแย่อย่างไร: จิตนาการที่สุดโต่งมากเกินไปในหลายฉากหลายตอน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้ True Grit ไปไม่ถึงดวงดาว





อันดับ 4 The Tempest กำกับ: จูลี เทย์เมอร์
บทภาพยนตร์: จูลี เทย์เมอร์
แสดงนำ: เฮเลน เมียร์เรน, เบน ไวชอว์, อลัน คัมมิง, รัสเซล แบรนด์, คริส คูเปอร์, เดวิด สเเตรตแฮร์น, ฌิมอน ฮอนซู, เฟลิซิตี   โจนส์ และอัลเฟรด โมลินา

มันดีอย่างนี้นี่เอง: ไม่ได้ต้องการจะเทียบกับ Across the Universe แต่ก็ยังปฏิเสธความทะเยอทะยานของหนังไม่ได้อยู่ดี และเมื่อใครก็ตามที่องอาจกล้าหาญเท่ากับ จูลี เทย์เมอร์เป็นคนทำหนัง มันก็เป็นธรรมดาที่จะได้รับการคาดหวังสูงหลายคนที่ได้ชมต่างลงความเห็นว่า  The Tempest เวอร์ชั่นที่เป็นภาพยนตร์นี้ ยอดเยี่ยมไม่แพ้เวอร์ชั่นแบบละครเวทีที่เคยมีการสร้างมาก่อนหน้านี้แล้ว  แถมยังมีจุดเด่นที่ "ภาพสวย"

จะแย่อย่างไร: หนังเร่ืองนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จพอๆกับเจ๊ง  หนังของเทย์เมอร์ มักทำให้คนตกตะลึงเสมอ   และก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าภาพสวยๆของ The Tempest  อาจไม่ช่วยอะไรมากนัก  





อันดับ 3 The Tree of Life กำกับ: เทอร์เรนซ์ มาลิก
บทภาพยนตร์: เทอร์เรนซ์ มาลิก
แสดงนำ: แบรด พิตต์, ฌอน เพนน์, ฟิโอนา ชอว์ และโจแอนนา โกอิง

มันดีอย่างนี้นี่เอง: หลังจากที่รอมานานหลายเดือน(มีข่าวลือมาตั้งแต่ปลายปี2009) ในที่สุดเราก็จะได้ดูหนังเรื่องใหม่ของเทอร์เรนซ์ มาลิก ในปี2010นี้เอง และเป็นการแสดงของ2นักแสดงที่ดีที่สุดในยุคของตัวเองอย่างแบรด พิตต์และฌอน เพนน์ เพียงเท่านี้ย่อมเพียงพอแล้วที่จะทำให้ The Tree of Life ติดโผ 10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี   ซ้ำยังแฝงปรัชญาอันล้ำลึกเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ใครบ้างล่ะที่จะไม่สนใจภาพยนตร์เรื่องนี้?

จะแย่อย่างไร: มีข่าวลือว่า การถ่ายทำTree of Life  ใช้ฟิล์มขนาด35มม. ถ่ายทำไปมากกว่า3ล้านช็อตเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนดูเบื่อได้ง่ายเช่นกัน





อันดับ 2 The Fighter กำกับ:เดวิด โอเวน รัสเซลล์
บทภาพยนตร์: พอล อัตตานาซิโอ และเลวิส โคลิก
แสดงนำ: คริสเตียน เบล, เอมี อดัมส์, มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และ เมลิซซา เลโอ

มันดีอย่างนี้นี่เอง: เรารอให้ เดวิด โอเวน รัสเซลล์ทำหนังคุณภาพคับจอแบบนี้มานานกว่าทศวรรษแล้วและการได้มาร์ค วอห์ลเบิร์ก มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริงของมิคกี วอร์ด นักชกระดับตำนานแห่งบอสตันซึ่งมีเชื้อสายไอริช
ผนวกกับดาราระดับแม่เหล็กอย่างคริสเตียน  เบล  รวมถึง เอมี อดัมส์และ เมลิสซา เลโอ ทำให้เรื่องน่าติดตามยิ่งขึ้นไปอีก  ไม่น่าแปลกใจนักที่หลายคนฟันธงว่า หนังเรื่องนี้ต้องได้เข้าชิงรางวัลออสการ์และอาจคว้ารางวัลใหญ่มาครองได้ด้วย

จะแย่อย่างไร: เดวิด โอเวน รัสเซลล์มีปัญหาเดียวตลอดระยะเวลามากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา นั่นคือเขามีปัญหากับการทำหนังฟอร์มยักษ์   และหลายฝ่ายยังสงสัยว่าผลงานของเขาคราวนี้จะซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่


Pic_136031


อันดับ 1 Black Swan กำกับ: ดาร์เรน อาโรนอฟสกี
บทภาพยนตร์: ดาร์เรน อาโรนอฟสกี  และ มาร์ค เฮย์แมน
แสดงนำ: มิลา คูนิส, นาตาลี พอร์ตแมน, วิโนนา ไรเดอร์, วินเซนต์ แคซเซล และ บาร์บารา เฮอร์ชีย์

มันดีอย่างนี้นี่เอง: อาโรนอฟสกี ยังไม่เคยทำหนังที่ไม่ดีออกมา  และหลายคนก็ชอบในเรื่องความที่ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างที่อาโรนอฟสกี   การหยิบพล็อตเรื่องที่สุดแสนจะเรียบง่ายอย่างการเต้นบัลเลต์มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ อย่างครบรสแสดงออกถึงพรสวรรค์ของผู้กำกับรายนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่น่าแปลกที่ Black Swan ถูกยกให้เป็นหนังที่ดีที่สุดของปีนี้จากหลายสถาบันของต่างประเทศ ส่วนท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ต้องไปตัดสินด้วยตัวเอง

จะแย่อย่างไร: มิลา คูนิสเคยแสดงได้ดีในภาพยนตร์เรื่องForgetting Sarah Marshall แต่สำหรับบทบาทในเรื่อง Black Swan นั้นไม่ต่างอะไรกับการเผชิญโลกใบใหม่สำหรับเธอ ขณะที่นักวิเคราะห์ก็มองว่านาตาลี พอร์ตแมน กับบทบาทที่ได้รับในเรื่องนี้อาจเกิดและดับได้พอๆกัน อีกทั้ง การเลือกนำเสนอเรื่องราวของบัลเลต์ผ่านจอภาพยนตร์นั้นอาจไม่สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกเต็มอิ่มกับมันได้จริงๆ.


@@@@@@@@@@

ที่มา—>http://www.thairath.co.th/

เผยสถิติสันดานโจ๋ไทยในรอบปี 53 'เหล้าเพียบ บุหรี่พร้อม'

เผยสถิติสันดานโจ๋ไทยในรอบปี 53 'เหล้าเพียบ บุหรี่พร้อม'

Pic_135859

สลดหดหู่อนาคตของชาติ จากผลการวิจัยกรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุขระบุแม่สาวไทยใจเกินร้อยกว่า 80 % พบพ่นควันเป็นว่าเล่น ...

สังคมทุกเปลี่ยนแปลงไป  สิทธิความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชายเปิดกว้างมากขึ้น  ประกอบกับวัยรุ่นไทยในทุกวันนี้มีความคึกคะนอง  และอยากเห็นอยากรู้อยากลอง  จนหลงลืมไปว่าหน้าที่ในวัยเด็กนั้นแท้จริงแล้วควรทำอะไรบ้าง  ซึ่งเด็กสมัยนี้ชอบทำอะไรที่เกินตัว  และโตเร็วขึ้น  ด้วยวุฒิภาวะที่ยังน้อยจึงทำให้ไม่รู้ว่าอะไรที่เหมาะสมหรืออะไรไม่เหมาะสม  เพราะเด็กส่วนใหญ่ในวัยนี้จะต่อต้านพ่อแม่  และเชื่อเพื่อน  ทำตามเพื่อนมากกว่า
ทุกวันนี้ตามหน้าหนังสือพิมพ์จะได้เห็นข่าวคราวของเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกัน  ยิงกัน  มั่วสุมติดยาเสพติด   ดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ  เกือบทุกวี่ทุกวัน  และล่าสุดรายงานข่าวจากกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า สำนักระบาดวิทยาได้สำรวจพฤติกรรมสุขภาพในนักเรียนด้วยคอมพิวเตอร์มือถือ ปี 2552 จำนวน 51,110 คน ในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษาปีที่ 2 นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 และนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนใน 24 จังหวัดทั่วประเทศ  พบผลสุดอึ้งในเด็กผู้หญิง  ม.2 เกือบ  80%  สูบบุหรี่  นับได้ว่าเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากสำหรับพฤติกรรมของเด็กไทย  ด้วยเหตุนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงสอบถามตัวแทนจากหลายมุมมองของผู้หญิงที่สูบบุหรี่  ไม่สูบบุหรี่  และนักวิชาชีพเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น

เริ่มต้นจากคำสารภาพของผู้หญิงที่สูบบุหรี่  ด้วยความอยากรู้อยากลอง  อยากเท่  บวกกับแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้อยากสูบบุหรี่  หลายคนเชื่อว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล  และเป็นเรื่องส่วนตัว
นางสาวพร  (นามสมมติ)  เปิดเผยว่า  ตนเริ่มสูบบุหรี่มาจากการดื่มเหล้า  รู้สึกว่ามันเป็นกระแส  อีกอย่างหนึ่งเห็นคนส่วนใหญ่เขาทำ  ก็เลยอยากลองสูบดูบ้าง  แล้วก็ดูดมาเรื่อยๆ ตอนแรกๆ ก็จะมึนๆ  เป็นตัวช่วยที่ทำให้เมาเร็ว  สูบแล้วผ่อนคลาย  หายเครียด  เพราะเวลาดื่มเหล้าก็จะดูดบุหรี่ไปด้วยเหมือนเป็นของคู่กัน  ข้อเสียของบุหรี่คือ ปากดำ  มันทำให้ติด  ต้องสูบตลอด  ส่วนตัวจะสูบเฉพาะเวลาที่ดื่มเหล้า  เวลาสูบจะไม่ค่อยสูบให้ใครเห็น  ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เพื่อนๆที่เห็น  สาเหตุที่ไม่สูบในที่สาธารณะเพราะกลัวคนอื่นเขามองไม่ดี

นางสาวนิด (นามสมมติ) กล่าว "บางทีมันก็เครียด  แล้วก็อยู่ในสังคมที่เขาสูบบุหรี่กัน  มันก็เลยมีความอยากรู้อยากลอง  ถ้าพูดถึงข้อดีมันก็คงไม่มี  ก็แค่แก้เครียดในบางเวลา  มันรู้สึกเพลิน  บางคนใช้บุหรี่เป็นตัวช่วยในการเข้าห้องน้ำในการทำธุระส่วนตัว  เพราะมันจะทำให้รู้สึกโล่ง  สบายขึ้น  สำหรับบางคนอาจจะคิดว่ากูเท่  กูมั่นพอ  ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เวลาสูบบุหรี่บางคนที่มองอาจมองว่า  เฮ้ย คนนี้เท่ว่ะ  บางคนก็จะมองอีกมุมหนึ่งคือไม่เห็นจะดีเลย  น่าเกลียด  เป็นผู้หญิงทำไมสูบบุหรี่  ก็แล้วแต่คนมอง"

"สำหรับข้อเสียมีเยอะมาก  1.ภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดี  เพราะเวลาผู้ใหญ่มองเค้ามองเราไม่ดี  เพราะเราเป็นผู้หญิงทำไมทำตัวแบบนี้  มันก็จะเชื่อมโยงไปถึงว่าเป็นผู้หญิงเที่ยวหรือเปล่า  เป็นผู้หญิงกลางคืนหรือเปล่า  แนวโน้มจะเป็นในทางนี้มากกว่า  2. คือทำให้ผิวไม่ใส  มีกลิ่นปาก  มีกลิ่นตัว   ในส่วนตัวคืออยู่ที่ห้อง  หรือดื่มเหล้าถึงจะสูบ  แต่ถ้าออกไปทำธุระก็ไม่อยาก  ถ้าพวกที่ติดมากจะมีกลิ่นตัวและกลิ่นปาก  อย่างมากก็สูบ 3 มวนต่อวัน  ส่วนมากก็หลังเลิกเรียน  และช่วงเข้าห้องน้ำ  ส่วนคนรอบข้างที่มอง  ถ้าเป็นในที่สาธารณะคนอื่นเขาก็จะมองเราไม่ดี  ยิ่งเราเป็นผู้หญิงด้วย  คนเขาก็มองในแง่ลบ  แต่เดี๋ยวนี้มันคงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วมั้ง  เพราะว่าความเท่าเทียมมันเข้ามา  คนทั่วไปเขาก็ทำกัน  ไม่เห็นเป็นอะไรเลย  ก็มันเรื่องส่วนตัวของฉัน"  ตัวแทนผู้หญิงสูบบุหรี่กล่าว

สำหรับในมุมมองของผู้หญิงไม่สูบบุหรี่หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะความคึกคะนอง  หรือเป็นเพราะค่านิยมแบบผิดๆ  โดยส่วนใหญ่แล้วมองผู้หญิงที่สูบบุหรี่เป็นคนที่แรง  และทำลายสุขภาพของตัวเอง

นางสาวอโนทัย  สกุลทอง  นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า  ตนรู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับวัย  เพราะการสูบบุหรี่ทำให้  1. เสียสุขภาพจิต  2. ดูไม่ดีเวลาผู้ใหญ่หรือคนรอบข้างมอง 3. เสียสุขภาพร่างกาย  รวมถึงพวกเขายังเด็กเกินไป  อายุยังไม่ถึง 15  หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ  พฤติกรรมที่คนภายนอกมองจะรู้สึกว่าเด็กกลุ่มนี้มีปัญหาหรือเปล่ากับการกระทำ แบบนี้  ถ้าจะให้มองคนเหล่านี้  มองได้ 2 แบบ  1.รู้สึกดูไม่ดี  ซึ่งปกติผู้ชายที่สูบบุหรี่ก็ดูไม่ดีอยู่แล้ว  เป็นผู้หญิงยิ่งทำให้ดูไม่ดีไปใหญ่  2. ผู้หญิงที่คิดจะสูบบุหรี่คงเป็นผู้หญิงที่แรง  อาจจะเป็นผู้หญิงขายบริการ  หรือเป็นผู้หญิงเที่ยว  ดื่มเหล้าเยอะ  เพราะถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไปเขาคงไม่สูบบุหรี่กัน  อาจมีสภาพร่างกายหรือสภาพจิตใจที่ไม่ดี  หรือมีแรงกดดันให้ต้องหันไปพึ่งบุหรี่

นางสาววรณิช  รณรงค์ฤทธิ์  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา  บอกว่า  "มันน่าจะเป็นค่านิยม  เพราะเด็กเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นอยากรู้อยากลอง  สูบแล้วกูเท่  สูบแล้วกูสวย  อาจเป็นเพราะเพื่อนด้วยสังคมด้วย  ก็เลยลองสูบดู  ในความรู้สึกส่วนตัวรู้สึกว่ามันสวยหรอว่ะ  ดูดเพื่ออะไร  เท่เหรอ  มันไม่ใช่เรื่องที่แบบว่าเท่เลยนะ  ถ้าอยากสวยอยากเท่มันทำอย่างอื่นได้เยอะ  มาทำให้ความเป็นผู้หญิงความเป็นกุลสตรีความน่าเชื่อถือมันลดลงทำไม  ส่วนตัวมองผู้หญิงที่สูบบุหรี่ว่าเป็นคนที่แรงเลยนะ  ถ้าเป็นผู้ชายที่เที่ยวหรือสูบบุหรี่อาจจะมองว่าธรรมดา  เวลามองผู้หญิงที่สูบบุหรี่อาจไม่คิดอะไร  แต่ถ้าคนที่ไม่สูบมองเค้าอาจจะมองว่าดูไม่ดี"


 
นางสาวจิตราภรณ์  อินธนู  อีกหนึ่งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  แสดงความเห็นว่า บุหรี่เป็นสิ่งไม่จำเป็น  อย่าทำเป็นแฟชั่น   เพราะมันทำลายสุขภาพตัวเอง   เด็กช่วงนี้อยู่ในวัยกำลังโต   ควรหาสิ่งดีๆเข้าร่างกาย  จริงๆ แล้วถ้ามองภายนอกรู้สึกว่าดูไม่ดีแต่เราก็ตัดสินเขาไม่ได้ว่าเขาดีหรือไม่ดี  อย่างเพื่อนบางคนที่เป็นผู้หญิงบางคนที่สูบบุหรี่แต่เป็นคนนิสัยดี   ดังนั้นเราก็ตัดสินไม่ได้แต่แค่ถูกมองจากภายนอกว่าดูไม่ดีเท่านั้นเอง    มองว่าเป็นคนที่แรง  อาจไม่ถึงกับขายตัว  แต่ด้วยที่สังคมไทยคงคาดหวังด้วยว่าผู้หญิงไทยต้องเรียบร้อยก็เลยเกิด 2 มาตรฐาน  ผู้ชายสูบบุหรี่อาจจะดูธรรมดา  แต่ผู้หญิงสูบอาจดูเป็นคนที่แรง  ซึ่งอิทธิพลอาจจะเป็นเรื่องความเครียด  เพราะหลายคนก็บอกว่าสูบบุหรี่แล้วหายเครียด  บางคนทำตามเพื่อนซึ่งมีส่วนอย่างมาก  อย่าคิดว่าเป็นแฟชั่นหรือเป็นกระแส  อยากให้น้องๆ ดูแลสุขภาพให้มากเพราะยังเด็กอยู่  คำเตือนเขาก็มีมากมาย  ทำให้ดูไม่ดี  เป็นผู้หญิงควรรักสวยรักงาม ไม่ใช่ทำร้ายสุขภาพตัวเอง
ในด้านของนักวิชาชีพที่รณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่มานานก็ออกมาจี้หน่วยงาน รัฐให้ช่วยกันดูแล  และเตือนวัยรุ่นว่าอย่างหลงผิดคิดว่าบุหรี่ไม่มีอันตราย
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  เผยว่า  สถิติของผู้สูบบุหรี่เป็นประจำทั่วประเทศมีทั้งหมด 10.6 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ชาย 10 ล้านคน  เป็นผู้หญิงอีก 6 แสนคน  แต่ในส่วนของวัยรุ่นมีมากขึ้นกว่าเดิมจาก  1.9%   เป็น  2.4%  ถือว่ามากขึ้นมากกว่าเดิมถึง 20 %   ซึ่งปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นนิยมสูบบุหรี่กันมากขึ้นได้แก่  บริษัทบุหรี่ก็ได้ออกบุหรี่ญี่ห้อใหม่ๆ เจาะตลาด  แล้วผู้หญิงมักจะสูบบารากูด้วย  ซึ่งวัยรุ่นนิยมใช้กันมากขึ้น  ส่วนหนึ่งมีหนังฝรั่งเข้ามาฉายซึ่งดาราสูบบุหรี่กันเยอะ จึงทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบมากขึ้น  และในสถานที่เที่ยวผับบาร์  ก็เป็นจุดที่ผู้หญิงก็มีการเที่ยวกันเพิ่มขึ้น

นักวิชาชีพ  กล่าวย้ำชัดว่า  วิธีการป้องกันผู้หญิงสูบบุหรี่ก็ใช้มาตรการเดียวกันกับการป้องกันทั่วไป  เช่น  การห้ามโฆษณา  การเตือนสติ  อย่าสูบในที่สาธารณะ  ทีนี้มีปัญหาคือ  ที่บริษัทต่างๆ  มีการผลิตบุหรี่ชูรส  เช่นการสำรวจเมื่อเดือนก่อนมีการสำรวจที่สยามสแควร์ก็พบว่ามีบุหรี่ชูรสขาย อยู่ 9 แผง ที่ผิดกฎหมาย  มีซองสวยๆ  มีรสผลไม้  ทำให้ดึงดูดใจมากขึ้น  เป็นบุหรี่ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะซึ่งวางขายกัน  แล้วก็เป็นบุหรี่เถื่อนไม่ได้เสียภาษี  นี้เป็นสาเหตุสำคัญ  ตรงนี้เป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะต้องดูแล

"ต้องระวังบุหรี่ชูรส ที่มีซองสวยๆ  มีกลิ่นหอมๆ  ต้องรู้ว่าพวกนี้ไม่ได้หมายความเป็นบุหรี่ที่ปลอดภัย  มีพิษภัย  และเป็นสิ่งเสพติดเหมือนบุหรี่ทั่วไป  ปีที่แล้วมีนักศึกษาไปสัมภาษณ์คนที่สูบบุหรี่  ผู้หญิงครึ่งหนึ่งเชื่อว่าบุหรี่  บารากูหรือบุหรี่ที่เป็นเป็นยาเส้นหมักกับผมกลิ่นผลไม้ที่ไม่มีอันตราย  เข้าใจผิดว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรืออันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาทั่วไป  ตรงจุดนี้ต้องช่วยกันให้ความรู้  ซึ่งวัยรุ่นทั้งหญิงและชายอย่าประเมินในการเสพติดของสูบบุหรี่ต่ำกว่าความเป็นจริง  อย่าคิดว่าลองและจะไม่ติดง่ายๆ  หรือเวลาจะเลิกง่าย เมื่อไหร่ก็ได้  เป็นความเข้าใจที่ผิด  จากการสำรวจจากคนไทยที่ติดสูบบุหรี่  จาก 3 ใน 10 เท่านั้นที่เลิกได้  ดังนั้นแนวโน้มของวัยรุ่นคือมีความมั่นใจมากเกินไป  เดี๋ยวก็คิดว่าเลิกได้  จริงๆแล้วมันเลิกยาก  ปัญหาเรื่องนี้ทุกคนต้องช่วยกัน  ต้องเริ่มตั้งแต่ครอบครัว  อยากจะฝากให้หน่วยงานที่ดูแลกฎหมาย  และเกี่ยวข้องดูแลอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับบุหรี่ที่วางขายส่วนคนที่เป็นดาราก็ไม่ควรจะสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ  เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี"  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  กล่าวในที่สุด

จะบอกว่าเป็นเพราะความอยากรู้อยากลอง หรือแอลกอฮอล์นำพา มองแล้วยังไงก็ฟังไม่ขึ้นจริงๆ เพราะจากสถิติที่สุดสลดกับอนาคตของชาตินี้ มิได้นำพาให้ประเทศชาติพัฒนาขึ้นได้จริงๆ.


@@@@@@@@@@

ที่มา —>http://www.thairath.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กระบะเสยท้ายสิบล้อเจ็บ5ที่โคราช

กระบะเสยท้ายสิบล้อเจ็บ5ที่โคราช

Pic_137964


กระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 9 คน กลับจากฉลองปีใหม่ที่บุรีรัมย์ พุ่งเสยท้ายสิบล้อ หน้าปั๊มที่โคราช พังยับ เจ็บเล็กน้อย 5  ขณะ ประชาชนทยอยกลับภูมิลำเนาคึกคักตลอดคืน ใช้เวลาจากกรุงเทพ-โคราช กว่า 10 ชั่วโมง...

เมื่อช่วงสายของวันที่  30 ธ.ค.53 นายวัลลภ เทพภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า สรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 ในพื้น 4 จังหวัดเขตความรับผิดชอบ คือ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ วันที่ 29 ธันวาคม 2553 เกิดอุบัติเหตุ 20 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 23 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต มูลค่าความเสียหายประมาณ 310,200 บาท  จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ จังหวัดละ 7 ครั้ง รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ 6 ครั้ง และจังหวัดชัยภูมิ ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บ 23 คน ชาย 16 คน หญิง 7 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ 9 ราย รองลงมา ได้แก่ นครราชสีมา 8 ราย และจังหวัดสุรินทร์ 6 ราย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิต อันดับ 1. เมาสุรา 5 ครั้ง รองลงมาคือ ตัดหน้ากระชั้นชิด และ ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด สาเหตุ/ความผิดตามมาตรการสำคัญ อันดับ 1. เมาสุรา และ ไม่สวมหมวกนิรภัย รองลงมา คือ ไม่มีใบขับขี่ และมอเตอร์ไซค์ ไม่ปลอดภัย ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด อันดับ 1. รถมอเตอร์ไซค์ รองลงมาคือ รถปิกอัพ รถโดยสาร 4 ล้อขึ้นไปและรถบรรทุก 4 ล้อขึ้นไป
สำหรับ ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ อันดับ 1. ถนนกรมทางหลวง รองลงมาคือ ถนนใน อบต. /หมู่บ้าน และ ถนนในเมือง(เทศบาล) ส่วนบริเวณจุดเกิดเหตุ อันดับ 1. ทางตรง รองลงมาคือ ทางโค้ง ช่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุ อันดับ 1. ระหว่างเวลา 16.01 - 20.00 น. รองลงมาคือ เวลา 20.01 - 00.00 น. และ ระหว่างเวลา 12.01 - 16.00 น. 10. สถานะของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อันดับ 1. ผู้ขับขี่ รองลงมาคือ ผู้โดยสาร ที่อยู่ประจำของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อันดับ 1. คนในพื้นที่ (ในตำบล/แขวง) รองลงมาคือ คนนอกเขตจังหวัด ช่วงอายุผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต อันดับ 1. ช่วงอายุระหว่าง 20 - 24 ปี อันดับ 2. ช่วงอายุระหว่าง 25 - 29 ปี อันดับ 3. ช่วงอายุระหว่าง 15 - 19 ปี มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 310,200 บาท การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตั้งจุดตรวจ จำนวน 220 จุดตรวจ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 6,011 คน เรียกตรวจยานพาหนะ จำนวน 53,626 คัน ดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร 11,975 คน โดยความผิดที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย 3,892 คน รองลงมา คือ ไม่มีใบขับขี่ 3,483 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจร การสัญจรผ่านไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตั้งแต่เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าวันนี้ปริมาณรถหนาแน่น แต่ยังคล่องตัว และสามารถใช้ความเร็วได้ในบางช่วง โดยปริมาณรถที่ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 21.00 น.ของคืนวันที่ 29 ธ.ค. มาถึง จ.นครราชสีมา เวลา 07.30 น. ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง ในการเดินทางมายัง จ.นครราชสีมา ซึ่งรถติดขัดหนั กตั้งแต่ก่อนเข้าตัว จ.สระบุรี เรื่อยมาในช่วงทางขึ้น อ.มวกเหล็ก เข้าสู่ อ.ปากช่อง เรื่อยมา รถวิ่งสามารถใช้ความเร็วได้เพียง 40 – 60 กม. ต่อชั่วโมง แต่ก็ไหลมาได้เรื่อยๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจุดบริการประชาชนต่างๆ ออกมาอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางสายดังกล่าวเพื่อ ช่วยในการระบายรถกันอย่างเร่งด่วนตลอดทั้งคืน พร้อมกับเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุ โดย พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านการจราจร ระบุว่า ในวันนี้ประชาชนที่จะใช้เส้นทางสายมิตรภาพเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่า การเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงบ่ายวันที่ 30 ธ.ค.จะเริ่มหนาแน่นขึ้น

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรของทางตำรวจภูธร จังหวัดนครราชสีมานั้น ในปีนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประสานงานกับทางตำรวจท้องที่เพื่อให้มีการตั้งจุดให้บริการประชาชน ร่วมกับทางหน่วยงานต่างๆ ของทางจังหวัด ตลอดถนนสายมิตรภาพ จำนวน 19 จุด และได้มีการสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งที่อยู่ติดกับถนนสายหลัก และถนนสายรอง ทั่วจังหวัดตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการ รวมทั้งสิ้น 130 จุด ซึ่งจะมีชุดกวาดจับกุมผู้กระทำผิดวินัยจราจรที่ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ตั้งขึ้นออกสุ่มลงจุดตรวจ ทั้ง 130 จุด เพื่อตรวจจับความเร็ว และการทำผิดกฎหมายการจราจรอย่างเข้มงวด บนถนนสายหลัก ส่วนถนนสายรอง จะมีการส่งชุดกวดขันจับกุมผู้เมาแล้วขับ และการกระทำผิดกฎหมายการจราจรอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปรัชญา มิมาลา สารวัตรเวร สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีตะกั่ว หมายเลขทะเบียน ตค – 6310 กรุงเทพมหานคร บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันรถ รวม 9 คน และนั่งกระบะท้าย 8 คน มีหลังคาและกรงเหล็กมั่นคงแข็งแรง ไม่มีรอยเบรกได้วิ่งพุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 84 – 2297 ขอนแก่น ที่จอดอยู่ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ กม.ที่ 3 – 4 ถนนราชสีมา-โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมืองฯ อย่างจังทำให้สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน และรถกระเด็นไปจอดแน่นิ่งบนบาทวิถี โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ รวม 4 - 5 คน ทางหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งอาการบาดเจ็บไม่รุนแรง เจ็บคนละเล็กละน้อย เช่น หัวแตก ดั้งจมูกแตก เจ็บแขน ขา ปวด บวม

จากการสอบสวนทราบผู้ขับขี่ คือ นายวิชิต ไทรจันทร์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 8 ต.ไทยสามัคคี อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับบาดเจ็บหัวแตก ถูกเศษกระจกหน้าบาด และ มีสภาพเบลอ ไม่ได้หลับมาตลอดทั้งคืน ประกอบกับขับรถมาด้วยความอ่อนล้า และเหนื่อยและมีท่าทางอ่อยเพลียมาก สอบถามว่า หลังเลิกงานก็ขอยืม พาญาติๆ กลับบ้าน ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตลอดเส้นทางรถติดขัดหนักมาก วิ่งได้แค่ 40 – 60 กม./ชม บางจุดไม่ขยับ เกือบชั่วโมง โดยใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง มาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


@@@@@@@@@

ที่มา—>http://www.thairath.co.th/

ศพโผล่คลองเปรมฯคาดเมาตกน้ำตาย!

 ศพโผล่คลองเปรมฯคาดเมาตกน้ำตาย!

Pic_137959


ตะลึง!ศพชายนิรนามลอยโผล่คลองเปรมประชากร หน้าทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน เหตุเกิดจากการเมาสุราเป็นหลัก เพราะลักษณะศพของผู้ตายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายแต่ประการใด...

เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่ 30 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุพบศพชายนิรนามเสียชีวิต ลักษณะศพ นอนตะแคงหน้าจมน้ำลอยอยูในคลองเปรมประชากร ใต้สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นชาย อายุประมาณ 40 ปี โดยภายในตัว พบกระเป๋าเงิน มีเงินจำนวน 180 บาท และบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีชื่อระบุว่า ด.ช.คม นนทภา ทำบัตรเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2545 ซึ่งบริเวณใต้สะพานที่เกิดเหตุมีผ้าห่มไว้ปูนอน 1 ผืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ระบุว่าชายนิรนามดังกล่าวน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ (28 ธ.ค.) ที่ผ่านมา โดยได้รับแจ้งเมื่อเวลา 11 .30 น.ของวันนี้ ทั้งนี้ชายนิรนามดังกล่าวเป็นคนจรจัดที่หาเก็บของเก่าที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นเป็นประจำ สาเหตุการเสียชีวิตสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการเมาสุราเป็นหลัก เพราะลักษณะศพของผู้ตายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายแต่ประการใด.



@@@@@@@@@

ที่มา —>http://www.thairath.co.th/

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

นายกฯยันคาร์บอมใต้ไม่ส่งผลยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

นายกฯ ยันคาร์บอมใต้ไม่ส่งผลยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน






"อภิสิทธิ์" ยัน คาร์บอมถี่ในจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ส่งผลยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ชี้เป็นหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง จะดูแลพื้นที่ชุมชนอย่างไร วอนคนกรุงฯ มั่นใจเจ้าหน้าที่ดูแลงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ล่าสุดเกิดเหตุคาร์บอมใน อ.จะก๊วะ จ.นาราธิวาส และ อ.บาเจาะ จ.ยะลา ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ว่า รับทราบจากข่าวแต่ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่คงไม่ใช่เป็นการลองของหลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุเฉินบางพื้นที่ เพราะเป็นคนละพื้นที่ และคงไม่ทำให้รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะการยกเลิกเราพิจารณาเป็นพื้นที่ๆอยู่แล้ว ซึ่งเราต้องดูแนวทางสถานการณ์แนวโน้มหลักต้องดูเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆต้องแก้ไขกันไป ตนขอดูเหตุการณ์รายะละเอียดให้ชัดเจนก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการรายงานทางการข่าวจะเกิดคาร์บอมทำไมไม่มีการป้องปราม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พื้นที่มันมีเยอะ กำลังจะไปดูว่าจุดที่เกิดมันเป็นเส้นทางไหนอย่างไร เมื่อถามว่า มีช่องว่างตรงไหนที่ไม่สามารถให้ป้องกันเหตุได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนขอดูรายละเอียดของเหตุการณ์ก่อน เพราะเพิ่งทราบข่าว เราเคยเตือน และทราบว่ามันมีแนวโน้มของผู้ที่เข้ามาของกลุ่มเคลื่อนไหวที่พยายามก่อเหตุในลักษณะนี้ เมื่อถามว่าเกิดเหตุใกล้วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของคนในพื้นที่หรือไม่ นายรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเคยให้ข่าวไปแล้วว่ามันเป็นเป้าหมาย ช่วงระยะเวลานี้เป็นเป้าหมายของเขา จะต้องสอบถามหน่วยงานความมั่นคงว่า จะทำอย่างไรกันต่อไปส่วนในพื้นที่ชุมชน เรากำชับกันไปแล้ว
ต่อข้อถามว่า รัฐบาลจะป้องกันอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนกรุงเทพฯและเมืองใหญ่มีการติดตามสถานการณ์อยู่ และมีการวางแนวทางทั้ง กำลังพล กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ต่างๆ เมื่อถามว่า การจัดเคาต์ดาวน์ตามสถานการณ์ที่ต่างๆในกรุงเทพฯประชาชนสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครับ ขอให้ความร่วมกับเจ้าหน้าที่ ถ้าหากมีมาตรการอะไรขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่


@@@@@@@@@


ที่มา—>http://www.thairath.co.th/